คลิ๊กกดฟังเพลง "แดนนภา"


คู่มือการคัดกรองกองทุนและหุ้น
https://stocks-search.com




บทนำ


            การซื้อกองทุนรวมมีความเสี่ยงเสมอ เพราะเงินลงทุนของเราไปอยู่ในสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีความผันผวน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ซึ่งอาจขาดทุนได้จากหลายปัจจัย ทั้งความเสี่ยงตลาด, ความเสี่ยงบริษัท, ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย, และความเสี่ยงจากต่างประเทศ (อัตราแลกเปลี่ยน). สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความเสี่ยงของกองทุนที่เราเลือกลงทุน (มีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 1-8) และประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เพื่อเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของเรา. ความเสี่ยงหลักๆ ของกองทุนรวม
            • ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk): ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี ตลาดหุ้นตก ก็กระทบต่อกองทุนหุ้น.
            • ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ (Company Risk): บริษัทที่กองทุนลงทุนมีปัญหา ผลประกอบการแย่.
            • ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk): บริษัทผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายเงินต้น/ดอกเบี้ยได้.
            • ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk): อัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยน ทำให้ราคาตราสารหนี้ขึ้นลง.
            • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): สำหรับกองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ ค่าเงินที่ผันผวนกระทบผลตอบแทน.
            • ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk): ขายหลักทรัพย์ในกองทุนได้ยาก หรือขายได้ในราคาไม่ดี.

            สิ่งที่ควรทำก่อนซื้อกองทุน
            • รู้จักตัวเอง: ประเมินว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน (ระดับ 1-8).
            • ศึกษาข้อมูลกองทุน: อ่านนโยบายการลงทุนว่าไปลงทุนอะไร.
            • ดูผลงานย้อนหลัง: เพื่อประกอบการตัดสินใจ (แต่ไม่การันตีอนาคต).
            • ลงทุนระยะยาว: ใจเย็น อย่าซื้อขายบ่อยเกินไป (Overtrading) จนเสียค่าธรรมเนียมและพลาดโอกาส.
            การเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงของกองทุนที่เราเลือกจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้ในระยะยาว

            หุ้น
            การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะราคาหุ้นผันผวนได้ตลอดเวลาจากปัจจัยมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ, ธุรกิจ, การเมือง, สภาพคล่อง, และอารมณ์นักลงทุน ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนได้หากไม่มีความรู้, ขาดวินัย, หรือลงทุนโดยขาดการศึกษาข้อมูลที่ดี.

            ความเสี่ยงหลักๆ ที่ต้องรู้:
            1. ความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk): ราคาหุ้นขึ้น-ลงตลอดเวลาจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยภายนอก ทำให้ซื้อสูงขายต่ำได้.
            2. ความเสี่ยงด้านธุรกิจ (Business Risk): บริษัทที่เราลงทุนมีปัญหา ผลประกอบการแย่ หรือเจอคู่แข่ง ทำให้ราคาหุ้นตก.
            3. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk): ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม, อัตราดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั้งระบบ.
            4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): หุ้นที่มีการซื้อขายน้อย (Volume ต่ำ) ทำให้ขายยาก หรือต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าที่ต้องการ.
            5. ความเสี่ยงด้านความรู้ (Knowledge Risk): การตัดสินใจผิดพลาดเพราะขาดข้อมูล ประสบการณ์ หรือเชื่อข่าวลือ.
            6. ความเสี่ยงด้านอารมณ์ (Emotional Risk): ความโลภและความกลัวทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แม้จะมีความรู้แล้วก็ตาม.

            วิธีจัดการความเสี่ยงเบื้องต้น:
            • ศึกษาหาความรู้: เข้าใจธุรกิจและปัจจัยที่กระทบราคาหุ้น.
            • มีเงินออมก่อน: มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินก่อนลงทุน.
            • ลงทุนระยะยาว: มองเป็นการเติบโตระยะยาว ลดความผันผวนระยะสั้น.
            • กระจายความเสี่ยง (Diversification): ลงทุนหลายๆ ตัว/หลายๆ อุตสาหกรรม.
            • มีวินัย: ทำตามแผนที่วางไว้ ไม่ใช้อารมณ์.
            การลงทุนในหุ้นมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องยอมรับและบริหารจัดการให้ดี.

            การลดความเสี่ยงจากการซื้อกองทุนและการเล่นหุ้น ทำได้หลายวิธี แต่ในคู่มือคัดกรองกองทุนและหุ้นที่นำเสนอนี้ เป็นเพียงคำแนะนำจากผู้ผ่านการซื้อกองทุนรวมและการเล่นหุ้นมาก่อน โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนใหม่ไม่ให้ขาดทุนในการซื้อกองทุนรวมหรือการเล่นหุ้น


WORD

ปก

บทนำ

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

ผนวก ก