บทนำ
การซื้อกองทุนรวมมีความเสี่ยงเสมอ เพราะเงินลงทุนของเราไปอยู่ในสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีความผันผวน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ซึ่งอาจขาดทุนได้จากหลายปัจจัย ทั้งความเสี่ยงตลาด, ความเสี่ยงบริษัท, ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย, และความเสี่ยงจากต่างประเทศ (อัตราแลกเปลี่ยน). สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความเสี่ยงของกองทุนที่เราเลือกลงทุน (มีระดับความเสี่ยงตั้งแต่ 1-8) และประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เพื่อเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของเรา.
ความเสี่ยงหลักๆ ของกองทุนรวม
• ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk): ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี ตลาดหุ้นตก ก็กระทบต่อกองทุนหุ้น.
• ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ (Company Risk): บริษัทที่กองทุนลงทุนมีปัญหา ผลประกอบการแย่.
• ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk): บริษัทผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายเงินต้น/ดอกเบี้ยได้.
• ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk): อัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยน ทำให้ราคาตราสารหนี้ขึ้นลง.
• ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): สำหรับกองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ ค่าเงินที่ผันผวนกระทบผลตอบแทน.
• ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk): ขายหลักทรัพย์ในกองทุนได้ยาก หรือขายได้ในราคาไม่ดี.
สิ่งที่ควรทำก่อนซื้อกองทุน
• รู้จักตัวเอง: ประเมินว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน (ระดับ 1-8).
• ศึกษาข้อมูลกองทุน: อ่านนโยบายการลงทุนว่าไปลงทุนอะไร.
• ดูผลงานย้อนหลัง: เพื่อประกอบการตัดสินใจ (แต่ไม่การันตีอนาคต).
• ลงทุนระยะยาว: ใจเย็น อย่าซื้อขายบ่อยเกินไป (Overtrading) จนเสียค่าธรรมเนียมและพลาดโอกาส.
การเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงของกองทุนที่เราเลือกจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้ในระยะยาว
หุ้น
การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะราคาหุ้นผันผวนได้ตลอดเวลาจากปัจจัยมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ, ธุรกิจ, การเมือง, สภาพคล่อง, และอารมณ์นักลงทุน ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนได้หากไม่มีความรู้, ขาดวินัย, หรือลงทุนโดยขาดการศึกษาข้อมูลที่ดี.
ความเสี่ยงหลักๆ ที่ต้องรู้:
1. ความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk): ราคาหุ้นขึ้น-ลงตลอดเวลาจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยภายนอก ทำให้ซื้อสูงขายต่ำได้.
2. ความเสี่ยงด้านธุรกิจ (Business Risk): บริษัทที่เราลงทุนมีปัญหา ผลประกอบการแย่ หรือเจอคู่แข่ง ทำให้ราคาหุ้นตก.
3. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk): ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม, อัตราดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั้งระบบ.
4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): หุ้นที่มีการซื้อขายน้อย (Volume ต่ำ) ทำให้ขายยาก หรือต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าที่ต้องการ.
5. ความเสี่ยงด้านความรู้ (Knowledge Risk): การตัดสินใจผิดพลาดเพราะขาดข้อมูล ประสบการณ์ หรือเชื่อข่าวลือ.
6. ความเสี่ยงด้านอารมณ์ (Emotional Risk): ความโลภและความกลัวทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แม้จะมีความรู้แล้วก็ตาม.
วิธีจัดการความเสี่ยงเบื้องต้น:
• ศึกษาหาความรู้: เข้าใจธุรกิจและปัจจัยที่กระทบราคาหุ้น.
• มีเงินออมก่อน: มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินก่อนลงทุน.
• ลงทุนระยะยาว: มองเป็นการเติบโตระยะยาว ลดความผันผวนระยะสั้น.
• กระจายความเสี่ยง (Diversification): ลงทุนหลายๆ ตัว/หลายๆ อุตสาหกรรม.
• มีวินัย: ทำตามแผนที่วางไว้ ไม่ใช้อารมณ์.
การลงทุนในหุ้นมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องยอมรับและบริหารจัดการให้ดี.
การลดความเสี่ยงจากการซื้อกองทุนและการเล่นหุ้น ทำได้หลายวิธี แต่ในคู่มือคัดกรองกองทุนและหุ้นที่นำเสนอนี้ เป็นเพียงคำแนะนำจากผู้ผ่านการซื้อกองทุนรวมและการเล่นหุ้นมาก่อน โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนใหม่ไม่ให้ขาดทุนในการซื้อกองทุนรวมหรือการเล่นหุ้น
คู่มือการคัดกรองกองทุนและหุ้นได้นำแนวความคิด บทความและโปรแกรมการซื้อขายกองทุนและการเล่นหุ้นมานำเสนอโดยไม่ได้บอกกล่าว กระผมและทีมงานต้องขอขอบพระคุณเจ้าของแนวความคิด บทความและโปรแกรมต่างๆ ที่นำได้นำเสนอมา ณ โอกาสนี้
นอกจากท่านจะต้องใช้ฟีเจอร์หลายตัวบนแพลตฟอร์มวิเคราะห์กองทุนรวมและหุ้นแล้ว คอมพิวเตอร์ทำให้เห็นภาพรวมตลาดและข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจน ใช้ดูกราฟหลายจอพร้อมกัน ติดตามตลาดแบบเรียลไทม์ และวางแผนเทรดอย่างมืออาชีพ คอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์มาก ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น เครื่องแรงพอจะเปิดโปรแกรมวิเคราะห์หลายตัวพร้อมกันได้โดยไม่ค้าง ช่วยให้ใช้ Indicator และเครื่องมือวิเคราะห์ได้เต็มที่ ประกอบการตัดสินใจซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว
สรุป: ถ้าอยากทำการซื้อขายกองทุนรวมและหุ้นอย่งจริงจังและต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้วิเคราะห์ได้ดีขึ้น คอมพิวเตอร์คือตัวช่วยที่คุ้มค่า.
ในคู่มือการคัดกรองกองทุนและหุ้นนี้ ได้เสนอแนวคิด "เก็บหุ้นใส่พอร์ตแก้มลิง" อมหุ้นดี คายหุ้นเลว
1. เลือกหุ้นที่ "ถูกตัว ถูกเวลา ราคาเหมาะสม" ในโปรแกรม app.trademan.in.th
2. เลือกหุ้นที่กราฟต่ำสุดเริ้มฟื้นตัวใน tradingview.com
3. เลือกหุ้นที่ settrade.com มีสถานะสีเขียว
4. เลือกหุ้นที่ efinancethai.com มีสัญญาณบวกและอยู่เหนือก้อนเมฆเขียว
5. ไม่ตามหุ้นที่ราคาขึ้นไปเกิน 5 จุด ปล่อยให้ราคาขี้นในหุ้นแก้มลิงในพอร์ต
6. กรณีหุ้นราคาลงให้ตั้ง Stop loss ไว้
7. หาหุ้นที่ "ถูกตัว ถูกเวลา ราคาเหมาะสม" ตามข้อ 1. -> 5.
สรุป : ต้องมีประสบการณ์ในการดูโปรแกรม trademan, tradingview, settrade.com, efinancethai.com หรือโปรแกรมที่คุณชำนาญ
ทำตามนี้คุณจะไม่เป็นเม่าแน่นอน
นอกจากนี้ในคู่มือการคัดกรองกองทุนและหุ้นนี้ ยังแนะนำการนำโปรแกรมต่างๆ มาใช้งาน เช่น
1. การสร้างตารางช่วยให้เห็นภาพรวมการลงทุนและตัดสินใจได้ดีขึ้น (บทที่ 5)
2. ใช้ TRADEMAN คัดกรองหาหุ้น (บทที่ 6)
3. ใช้ Streaming หาราคาหุ้น (บทที่ 7)
4. ใช้ settrade หาราคาต่ำสุด-สูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ และ อัตราตอบแทนเงินปันผล (% ต่อปี) (บทที่ 8)
5. ใช้ Finnomena หาผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) (บทที่ 9)
6. ใช่้แอปฯ efinStockPickUp ดูกราฟเพื่อตรวจสอบหุ้นทั้ง 4 ตัว (บทสรุป)
|