คัดลอกบทความจากเวปไซค์บางส่วน
วิธีเก็บหุ้นเข้าพอร์ตแก้มลิง "อมหุ้นดี คาย(ทิ้ง)หุ้นเลว" การเก็บหุ้นเข้าพอร์ตเริ่มจากการศึกษาวิเคราะห์หุ้นพื้นฐานดี เลือกช่วงเวลาซื้อที่เหมาะสม เช่น ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว หรือใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน ควรกระจายความเสี่ยงโดยถือหุ้นประมาณ 5-20 ตัว และปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) อย่างสม่ำเสมอ ขั้นตอนและวิธีการเก็บหุ้นเข้าพอร์ตอย่างมืออาชีพ: คัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี (Stock Selection): เลือกบริษัทที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง (VI), มีปันผลสม่ำเสมอ หรือเป็นหุ้นที่อยู่ในกระแสหลัก วางแผนจังหวะการเข้าซื้อ (Entry Strategy): DCA (Dollar Cost Averaging): ซื้อหุ้นเท่ากันทุกเดือน เพื่อเฉลี่ยต้นทุน ซื้อเมื่อราคาย่อตัว (Buy on Dip): รอจังหวะที่หุ้นพื้นฐานดีราคาตกลงมาในระดับที่คุ้มค่า บริหารจัดการพอร์ต (Portfolio Management): กระจายความเสี่ยง: ถือหุ้น 5-20 ตัว เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง (Specific Risk) Rebalance: ปรับสัดส่วนหุ้นในพอร์ตให้เหมาะสมตามแผนเดิมที่ตั้งไว้ หากหุ้นบางตัวเติบโตจนสัดส่วนสูงเกินไป ให้ขายทำกำไรบางส่วน พอร์ตแก้มลิง คือ การจำลองพฤติกรรมลิงที่อมกล้วยไว้ในแก้มแล้วค่อยๆ กลืน แต่พอร์ตแก้มลิงเป็นการทะยอยสะสมหุ้นคุณภาพดีไว้ในพอร์ตหุ้น ซึ่งตั้งขื่อว่า "พอร์ตแก้มลิง" เก็บแต่หุ้นดี ไม่เทรดหุ้นเลวหรือหุ้นเน่า ถ้าหลงซื้อเข้ามาก็รีบชายทิ้งไปเสีย ผมชอบการเทรดหุ้นติดฟอร์ (Floor) หรือราคาลดลงต่ำสุดของวัน (-30%) หรือราคาลดลงต่ำสุดเกือบถึงแนวรับสำคัญ สามารถทะยอยสะสมหุ้นคุณภาพดีไว้ในพอร์ตหุ้นแก้มลิง โดยถือยาว หุ้นติดฟอร์อาจเป็นโอกาสเก็บหุ้นดีราคาถูก หรือไม่เป็นกับดักหุ้นขาลง
ขั้นตอนและวิธีการเก็บหุ้นเข้าพอร์ตอย่างมืออาชีพ: คัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี (Stock Selection): เลือกบริษัทที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง (VI), มีปันผลสม่ำเสมอ หรือเป็นหุ้นที่อยู่ในกระแสหลัก
วางแผนจังหวะการเข้าซื้อ (Entry Strategy): DCA (Dollar Cost Averaging): ซื้อหุ้นเท่ากันทุกเดือน เพื่อเฉลี่ยต้นทุน ซื้อเมื่อราคาย่อตัว (Buy on Dip): รอจังหวะที่หุ้นพื้นฐานดีราคาตกลงมาในระดับที่คุ้มค่า
บริหารจัดการพอร์ต (Portfolio Management): กระจายความเสี่ยง: ถือหุ้น 5-20 ตัว เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง (Specific Risk) Rebalance: ปรับสัดส่วนหุ้นในพอร์ตให้เหมาะสมตามแผนเดิมที่ตั้งไว้ หากหุ้นบางตัวเติบโตจนสัดส่วนสูงเกินไป ให้ขายทำกำไรบางส่วน
พอร์ตแก้มลิง คือ การจำลองพฤติกรรมลิงที่อมกล้วยไว้ในแก้มแล้วค่อยๆ กลืน แต่พอร์ตแก้มลิงเป็นการทะยอยสะสมหุ้นคุณภาพดีไว้ในพอร์ตหุ้น ซึ่งตั้งขื่อว่า "พอร์ตแก้มลิง" เก็บแต่หุ้นดี ไม่เทรดหุ้นเลวหรือหุ้นเน่า ถ้าหลงซื้อเข้ามาก็รีบชายทิ้งไปเสีย ผมชอบการเทรดหุ้นติดฟอร์ (Floor) หรือราคาลดลงต่ำสุดของวัน (-30%) หรือราคาลดลงต่ำสุดเกือบถึงแนวรับสำคัญ สามารถทะยอยสะสมหุ้นคุณภาพดีไว้ในพอร์ตหุ้นแก้มลิง โดยถือยาว หุ้นติดฟอร์อาจเป็นโอกาสเก็บหุ้นดีราคาถูก หรือไม่เป็นกับดักหุ้นขาลง
รูปที่ 1 หุ้น JDF บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 1.34 บาท มีราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 2.14 บาท อัตราตอบแทนเงินปันผล (% ต่อปี) = 5.71% มีเงินปันผลทั้งปี 0.08 บาท/หุ้น ถือว่ามากพอสมควร ราคาลงไปถึงแนวรับ 1.34 บาท ก็ยังไม่ขาดทุน
รูปที่ 2 หุ้น MTI บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 10.40 บาท มีราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 18.00 บาท อัตราตอบแทนเงินปันผล (% ต่อปี) = 5.06% มีเงินปันผลทั้งปี 8.00 บาท/หุ้น ถือว่ามาก ราคาไม่ขึ้นไม่ลงหวือหวา กำลังไต่ระดับขี้นไปหาแนวต้าน
รูปที่ 3 หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 131.00 บาท มีราคาสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 174.50 บาท อัตราตอบแทนเงินปันผล (% ต่อปี) = 5.38% เงินปันผลตลอดทั้งปีจ่าย 2 ครั้ง คือ ต้นปี (ม.ค.-มิ.ย.) = 6.50 บาท/หุ้น และ ปลายปี (ก.ค.-ธ.ค.) = 2.00 บาท/หุ้น ถือว่ามาก ราคาไม่น่าจะลงต่ำกว่านี้
แนวทางการเลือกหุ้นดีที่น่าลงทุน (Fundamental Selection) - ธุรกิจแข็งแกร่ง: ธุรกิจเข้าใจง่าย เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม หรือเป็นที่ต้องการแม้ในช่วงวิกฤต - รายได้และกำไรเติบโต: มีประวัติรายได้กำไรเติบโตต่อเนื่องสม่ำเสมอ - ปันผลสม่ำเสมอ: อัตราส่วนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงและจ่ายอย่างต่อเนื่อง เช่นกลุ่ม SETHD เช่น GUNKUL, ICHI, M, TISCO, SPALI, AP, PTT, LH - การเงินมั่นคง: มีหนี้สินต่ำ สภาพคล่องสูง และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน - ราคาเหมาะสม: พิจารณาจาก P/E หรือ P/BV ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (เช่น SCB, KBANK, PTT, CPALL, MINT)
รูปข้างล่างคือตัวอย่างที่ใข้วิธีเก็บหุ้นเข้าพอร์ตแก้มลิง "อมหุ้นดี คาย(ทิ้ง)หุ้นเลว" เก็บหุ้นดีที่น่าสนใจในการซื้อออมเข้าพอร์ตแก้มลิง ได้แก่ หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ปันผลสูง หรือมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เช่น หุ้นใน SETHD และหุ้นที่มูลค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี เช่น TISCO, SCB, KBANK, PTT, CPALL, ADVANC, GULF, WHA โดยควรเลือกหุ้นที่มีกำไรสุทธิเติบโตสม่ำเสมอ กระแสเงินสดดี และ ROE สูง
AYUD ซื้อตั้งแต่เดือน มิ.ย.2568 ลงมาที่เส้นวัดใจ ที่ราคา 31.25 บาท
SCB และ SCCC ก็ซื้อตั้งแต่ลงมาที่เส้นวัดใจ
หุ้น MTI ปันผลดี ปีละ 4.57% ปันผลที่ราคา 8 บาท/หุ้น แต่ราคาไม่ขึ้นไม่ลงหวือหวาแบบ DELTA