คู่มือการคัดกรองกองทุนและหุ้น
https://stocks-search.com




พระราชบัญญัติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



            กฎหมายหลักที่ใช้กำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คือ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม รวมถึงกฎเกณฑ์เฉพาะของ ตลท. เช่น การเปิดเผยข้อมูล การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
            สาระสำคัญของกฎหมายและกฎเกณฑ์ ตลท. ที่เกี่ยวข้อง:
            โครงสร้างการกำกับดูแล: สำนักงาน ก.ล.ต. ทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุน ทั้ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ และ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ
            หลักเกณฑ์บริษัทจดทะเบียน: บจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส, ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน, และตรวจสอบการซื้อหุ้นคืน
            การบังคับใช้: มีการกำหนดโทษกรณีการกระทำผิด เพื่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

            กฎเกณฑ์เฉพาะ (Listed Company Regulations): ประกอบด้วยกฎเกณฑ์การรับหลักทรัพย์, การเปิดเผยข้อมูล (SETLink), และการเพิกถอนหลักทรัพย์
            ข้อมูลเกณฑ์การปฏิบัติงานอย่างละเอียดสามารถตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

            การบังคับใช้กฎหมาย
            ก.ล.ต. เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักในการกำกับและพัฒนาตลาดทุนของประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพ ยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ รวมถึงการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามและดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย ​ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ตลาดทุนมีการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน และส่งผลในเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

            กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ก.ล.ต. ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 6 ฉบับ ประกอบด้วย
            พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ("พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ")
            พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ("พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ")
            พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 ("พ.ร.บ. ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนฯ")
            พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ("พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ")
            พระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 ("พ.ร.ก. นิติบุคคลเฉพาะกิจฯ")
            พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (“พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ")

            ในการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามและดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด ก.ล.ต. มีความรับผิดชอบในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง 6 ฉบับดังกล่าว และดำเนินการให้มีการลงโทษผู้กระทำความผิด (ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจจากกฎหมายดังกล่าว
            เมื่อมีเหตุสงสัยว่าอาจมีการกระทำความผิดตามกฎหมายที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล ก.ล.ต. จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้เพียงพอต่อการพิจารณา ซึ่งโดยปกติจะเปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยได้ชี้แจงหรือโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกเว้นกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสมควร เช่น หาก ก.ล.ต. ไม่รีบดำเนินการ อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ หรือกรณีที่การให้ผู้กระทำความผิดชี้แจงไม่สามารถกระทำได้โดยสภาพ เป็นต้น
            เมื่อ ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมได้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยมีช่องทางในการบังคับใช้กฎหมายดังนี้
            (1) การดำเนินการทางปกครอง (Administrative Actions)
            (2) การดำเนินการทางอาญา (Criminal Actions) (3) การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)





ผู้พันโด่งกองทุนรวม
Please Feed Back to me : dongkukod@gmail.com